บทเรียนจาก Amazon 2

บทเรียนจาก Amazon 2 กับความยิ่งใหญ่

ก็เอาระบบเทคโนโลยี บทเรียนจาก Amazon 2 เข้ามาหุ่นยนต์เข้ามาโดนเข้ามาส่งสินค้าให้ มันเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้มีตัวเลือกสินค้ามาขึ้นก็หา Partner ต่างๆมากขึ้นนี่เป็นสิ่งที่ คิดว่ามันมันง่ายมากนะแต่ว่าหลายๆคนมักจะมองเขาลองคิดดูเอาว่าสมมติเอาอย่าง ก็ได้ทำบริษัทสื่ออย่าง The Standard ก็คิดวิธีการนี้เหมือนกับว่าสุดท้ายแล้วลูกค้าเขาอยากทานอะไรคนอ่านอย่างพวกคุณอยากฟังอะไรอยากฟังเรื่องราวแบบไหน

superslot

สล๊อตxo

แทนที่เราจะคิดว่าเราอยากจะพูดอะไรแทนที่เราจะคิดว่าเราอยากจะขายอะไรและอยากจะเขียนอะไรอยากสัมภาษณ์คนนี้มากเลยบางทีเราลืมคิดไปว่าคนอ่านเขาอยากรู้เรื่องนี้หรือเปล่าหรือว่ามันเรื่องนี้เหมือนกันบางทีเราจะลืมคิดไปว่าลูกค้าหรือคนอ่านของเราก็ต้องการในรูปแบบไหนเขาต้องการคนที่เข้าใจง่ายใช่ไหมต้องการเรื่องที่ไม่ใช้เวลามากใช่ไหมเพราะเวลาเขาเดี๋ยวนี้มันเยอะเหลือเกินแต่ไม่ได้คิดเหมือน

กันที่ที่ สม่ำเสมอลองคิดดูครับว่าในแต่ละ product ต่างๆเปิดร้านอาหารเนี่ยคุณตามใจตัวเองหรือคุณตามใจลูกค้าคุณคิดถึงลูกค้าก่อนหรือเปล่าว่าเราควรจะคิดเมนูใหม่ๆคุณคิดอะไรคุณคิดจากว่าคุณอยากกินอะไรก่อนหรือคุณคิดแทนว่าถ้าเกิดคุณลูกค้าคุณจะรู้สึกยังไงมันเป็นสิ่งที่เหมือนเส้นผมบังภูเขาหิมะอเมซอนอย่าทำให้เห็นภาพคุณจะไปส่งท่านพูดนะครับว่าแค่ฟังยังไม่พอต้องเข้าใจลูกค้าด้วยผมชอบประโยคนี้มากเขาบอกว่าทุกคนเนี่ยต้องทำงานในตำแหน่ง Call Center ได้ปกติผู้บริหารหรือคนคิดค้นสินค้าใหม่ๆจะไม่ค่อยคิดถึงเรื่องนี้คิดซะว่าคอลเซ็นเตอร์ให้มันเป็นแผนกที่แบบ

บทเรียนจาก Amazon 2

slotpg

บา

สำคัญแต่จริงๆแล้ว Call Center เป็นแผนกที่ใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุดและ feedback ต่างๆความต้องการของลูกค้านั่นแหละจะเป็นตัวที่พัฒนาสินค้าของเราต่างหากมีเคสนึงที่ผมว่าน่าสนใจก็คือจะบอกว่าเขายึดถือลูกค้าเป็นหลักเนี่ยเขามีแนวคิดหนึ่งที่ที่ผมว่าก็แปลกดีนะในที่ประชุมครั้งหนึ่งนะเจ๊เบียร์ๆก็เอาเก้าอี้ว่างๆมาวางอยู่ในห้องประชุมแล้วก็บอกว่าเนี่ยลูกค้าเรานั่งอยู่

แล้วเขากำลังฟังเราประชุมกันอยู่แล้วเขาเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดด้วยทุกคนลองประชุมกันสิเพื่อตอบสนองความต้องการของเก้าอี้ว่างตัวนี้ให้ได้ ก็เป็นวิธีที่ที่แปลกดีครับพรุ่งนี้ถ้าเกิดว่าใครประชุมก็ลองดูว่ามีเก้าอี้ว่างลองคิดดูว่าถ้าเป็นลูกค้าของคุณน่ะเขาพึงพอใจต่ออะไร ข้อที่ 3 ครับก็แน่นอนครับเขาเป็นบริษัทที่เปิดรับจากโลกภายนอกอยู่ตลอดเวลาแล้วก็เป็นสัตว์ที่ปรับตัวและกันอะแดปทีฟนะครับปรับตัวอยู่สม่ำเสมออย่างที่บอกว่าเป็นบริษัทที่สร้างนวัตกรรมได้โดดเด่นที่สุดบริษัทหนึ่งของโลกนะครับเพราะเบสในคอมมองว่าเทคโนโลยีปัจจุบันเปลี่ยนไวแล้วก็วิธีที่ดีที่สุดก็คือต้องต้องเปิดรับกับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้

Amazon

อย่างเช่นระบบของ Machine Learning เนี่ยเขาก็เอามาใช้ใน algorithm เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าจัดอันดับการค้นหาผลิตภัณฑ์เก็บข้อมูลคำแนะนำผลิตภัณฑ์แล้วก็พวกโปรโมชั่นต่างๆอย่างที่บอกครั้งสุดท้ายโดยเปิดรับเทิร์นได้เปิดรับเมื่อไหร่ก็เปิดละครสองพ่อลูกค้านั้นเองลูกค้าจะได้สินค้าถูกลงใช่ไหมครับแล้วก็มีระบบเปรียบเทียบใช่ไหมคะว่าสินค้าไหนที่ถูกที่สุดสำหรับคุณอะไรประมาณนี้เพราะฉะนั้นอย่าลืมครับที่จะปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงอยู่สม่ำเสมอด้วยและข้อ 4 ครับข้อนี้เป็นเรื่องของความเป็นผู้นำของคุณเจฟเบโซนะครับก็คือเขาเป็นคนที่ตัดสินใจเร็วนะครับแต่ว่าตัดสินใจเนี่ยอยู่บน

Jeff bezos บทเรียนที่น่าสนใจ

พื้นฐานของการมองการณ์ไกลหรือว่าวิชั่นในระยะยาวก็บอกว่าการที่จะรักษาดีในองค์กรที่ทำมาประมาณ 20 กว่าปีให้สดใหม่และไม่ใช่เรื่องง่ายนะสิ่งที่ต้องทำคือต้องสนใจให้รวดเร็วและเบอร์โทรบอกว่าหลายครั้งเนี่ยเวลาบริษัทล้มเหลวทำอะไรที่มันผิดพลาดขึ้นมาเนี่ยมันไม่ใช่เพราะว่าพวกเราตัดสินใจผิดนะหลายครั้งแต่ใจถูกนะแต่เหตุผลที่ทำให้มันผิดเนี่ยเพราะว่าเราตัดสินใจช้าเกินไปต่างหากยิ่งในโลกปัจจุบันที่มันหมุนเร็วขนาดนี้นะครับเราไม่สามารถกรอกข้อมูลได้ 90 เปอร์เซ็นต์น่ะมันเหมือนเราก็ต้องต้องเสี่ยงหน่อยในทุกๆครั้งซึ่ง
ปล่อยเขาว่าทุกๆครั้งในความล้มเหลวไม่ใช่สิ่งไม่ดีอันนี้ผมว่า CEO ทุกคนที่เก่งกาจมันจะพูดเหมือนกันว่าการทดลองทำแล้วก็เรียนรู้กับสิ่งที่ผิดพลาดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเพราะฉะนั้นคุณก็ต้องตัดสินใจเร็วมากขึ้นอาจจะมีสักประมาณ 50% เนี่ยเราก็ต้องลองไปดูแลโดยที่เรารู้ว่าเราล้มบนฟูกไม่ได้ว่าแค่นั้นไม่ได้ทำให้บริษัทเจ๊งหรือทำให้บริษัทย่ำแย่นะครับก็สนใจให้เร็วขึ้นนี่เป็นวิธีการ

มองของ Jeff bezos ผมชอบตรงนี้แหละว่าถึงแม้ว่าเขาจะตัดสินใจเร็วเนี่ยแต่วิธีคิดของเขาก็คือมองจากระยะยาวและยาวมันคืออะไรครับคือเข้าใจคำว่าตลาดมันเปลี่ยนเร็วเทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็วจะรู้ว่าเขาจะไปซื้อเทคโอเวอร์สักบริษัทนึงเนี่ยเวลาเค้ามองเนี่ยเขาเลือกที่จะลงทุนกับบริษัทที่มีคนที่มีความเป็นผู้นำสูงนะมากกว่าที่จะเลือกบริษัทที่ให้ผลตอบแทนสูง

บทเรียนจาก Amazon

ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ที่น่าสนใจทีเดียวคือ หลายคนเวลาจะพาไปเที่ยวเอาเบอร์บริษัทต่างๆก็มักจะเลือกจากรายได้ก่อนใช่ไหมแต่ว่าเธอไม่เคยมองการณ์ไกลก็เชื่อว่าบริษัทที่มีผู้นำที่ดีมีองค์กรที่ดีเนี่ยน่าจะให้ผลตอบแทนในระยะยาวได้มากกว่านี้เป็นการมองในระยะยาวจริงๆหรือเวลาที่เขาจะลงทุน

ทุ่มงบต่างๆเนี่ยเขาพูดเสมอว่าเขาจะไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องเรื่อง Marketing สักเท่าไหร่อย่างที่บอกเขาลงทุนกับนายกับ product แต่หญ้ามันขึ้นเขาลงทุนที่จะสร้างโครงสร้างมากกว่าเพื่อที่จะขยายฐานลูกค้าในการลงทุนกับเรื่องที่มันเป็นระยะยาวพวกเทคโนโลยีต่างๆ AI Machine Learning เพื่อที่จะเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าแล้วก็ตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากขึ้นนะครับพี่ก็เป็นเหมือนกับสกัดออกมาเป็นความสำเร็จ 4 ข้อของคุณเจฟเบโซที่ทำให้เขาเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดของโลกชื่อว่า 4 ข้อเนี้ยเอาไปใช้ได้ได้หมดเลยไปปรับใช้กับตัวเองได้นะครับข้อที่ 1 ก็คืออย่างที่บอกพรุ่งนี้จะเป็นวันแรกของทุกๆคน

การทำงานลองเอาความคิดดีใส่ก็ไปนะครับข้อที่ 2 เนี่ยเวลาทำอะไรเนี่ยคิดถึงคุณลูกค้าเป็นหลักลูกค้าคือคนอ่านคนดูคนฟังคนกินคนชมทุกๆอย่างนะครับข้อที่ 3 เนี่ยคือเปิดรับกับเทรนใหม่ๆอยู่เสมอแล้วก็ปรับตัวตาม โลกที่เปลี่ยนแปลงเรียนรู้ในทุกๆวันครับอย่าหยุดที่จะเรียนรู้จนข้อสุดท้ายเนี่ยจะเป็นในลักษณะความเป็นผู้นำนิดนึงคือตัดสินใจให้เร็วขึ้นบางครั้งในต้องกล้าเสี่ยงมองลองเติมกูจะมอง 5 ปีข้างหน้า 10 ปีข้างหน้าไว้เป็นไกลๆแล้วก็ค่อยๆทำไปนี่ก็คือ ตอนแรกนะครับของ expanded หวังว่าจะได้รับประโยชน์กับไปไม่มากก็น้อยถ้าเกิดว่ามีแบรนด์ไหนที่คุณอยากฟังอยากจะลองฟังแบรนด์ไหนที่คนฟังรู้สึกว่ายังไม่ค่อยรู้ Sorry สักเท่าไหร่แล้วก็โดนแบนขวัญใจของคุณผู้ฟังก็ได้เนี่ยก็ลองลองส่งเข้ามาได้ทำเพจ Facebook ของ The biggest ก็ได้ครับถึงเรามี

Marketing innovation