บทเรียนจาก Amazon

วันนี้จะพาไปพบกับ บทเรียนจาก Amazon ได้มีโอกาสไปเจอกับคุณผู้ฟังหลายๆท่านในเขาก็แนะนำมาว่าอยากจะให้พูดถึงแบรนด์ต่างประเทศดูบ้าง คิดว่าน่าสนใจดีตอนแรกก็คิดว่าอาจจะยากก็คงไม่สามารถ ที่จะสัมภาษณ์แจ็คหม่าหรือว่ามาร์คซัคเคอร์เบิร์ก ได้ง่ายๆคงไม่สามารถจะมานั่งในห้องโซฟาตัวนี้ได้แต่ว่านั่นไม่ได้ หมายความว่าเราไม่สามารถจะเรียนรู้จักแบรนด์ต่างประเทศได้ เลยจะลองถอดรหัสเคล็ดลับความสำเร็จของแบรนด์ ต่างประเทศที่กำลังเป็นที่นิยมถือเป็นแบรนด์ที่มี Story ที่น่าสนใจและ

บทเรียนจาก Amazon

บทเรียนจาก Amazon ที่สอนเรา

มเชื่อว่ามีบทเรียนที่คุณผู้ฟัง สามารถเอาไปใช้ต่อได้ฟังแบบเข้าใจ ง่ายๆอาจจะเคยอ่านมาบ้างอาจจะเคยเจอมาบ้างแต่ เชื่อว่าที่จะสอนจะรวบรวมที่เข้าใจง่าย ที่สุดแล้วก็รวมไว้เป็นแหล่งที่เดียวมีทั้งประวัติ ความเป็นมาจนไปถึงซอสของเขาซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำกันมาตลอด ในทุกๆพี่โสดนะครับเดี๋ยวลองฟังกัน แรกที่ผมจะมาเล่าในวันนี้ นั่นก็คือแบรนด์ Amazon  เอาตัวเองมาก่อนเลยจำง่ายดีแล้วก็ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เหตุผลที่อยากจะเล่าเรื่องอเมซอน

บา

superslot

ในเพราะว่าเจ้าของเขาคุณเจฟเบโซเนี่ยเขาเป็นมนุษย์ที่รวยที่สุดในโลกครับคุณผู้ฟังครับสินค้ารวมทั้งหมดเนี่ยประมาณ 5 ล้านบาท GDP ของประเทศไทยต่อปีอยู่ที่ประมาณ 13 ล้านบาทคุณเจฟเบโซคนเดียวก็กวาดเข้าไปในสารละลายด้วยจริงๆรวยมากๆ Amazon เป็นบริษัทที่มีมูลค่าอันดับ 2 ของโลกนะครับระดับหนึ่งก็คือ Apple นะฮะมันก็เลยเป็นบริษัทที่

บทเรียนจาก Amazon

สล๊อตpg

สล็อตxo

เรารู้สึกว่าน่าจะเรียนรู้อะไรได้ได้หลายๆอย่างมีบทเรียนต่างๆ ที่คุณไม่ฟังน่าจะเคยอ่านมาบ้างและจะมีเกร็ดเล็กน้อยก่อนที่ จะไปเล่าเรื่องราวความสำเร็จของตัวเมซอนรวมถึงเจฟเบโซเป็นไฮไลท์สำคัญที่ คิดว่าหลายคนอาจจะไม่เคยสร้างก็คือเขามีพนักงานอยู่ทั่วโลก ประมาณ 5 แสนหกหมื่นกว่าคนเยอะมากนะครับเยอะมากๆแล้วค่อยบอกโหเยอะขนาดนี้ต้นทุนเยอะแน่นอนแต่ถ้าเอามาหารเฉลี่ยต่อรายได้ต่อยอดขายของเขาเนี่ยเฉลี่ยพนักงาน 1 คนขอเมซอนทำยอดขายได้ปีละ 10 ล้านบาทนะ เราทำได้อย่างเขาไม่รับพนักงาน 1 คนเราสร้างยอดขายกับบริษัทได้กี่ล้านบาท

ไม่แน่ใจเหมือนกันที่มีอิทธิพลสูงมากๆเป็นสัตว์ใหญ่สิ่งที่อยากจะเล่าให้ฟังต่อก็คือบริษัทในเครือของเขานะครับมีอะไรบ้างแนะนำเมซอลซอลก็แตกต่างไปเยอะมากทั้งพวก Amazon Echo ที่เป็นลำโพงอัจฉริยะนะครับระบบผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์อเล็กซ่าหรือว่าร้านสะดวกซื้อ Amazon Go ที่เอาไปขายมานานแล้วมาเปิดร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคดูบ้างเรื่อง

มีธุรกิจในเครือนะคะอย่างเช่นตัวอย่างวอชิงตันโพสต์หรือว่าทรัพย์นำเที่ยวอวกาศอย่างออริจินที่แข่งกับ Virgin galactic ของ Richard Branson ว่า Amazon ไม่ใช่แค่ทำธุรกิจขายสินค้าอย่างเดียวแต่เขายังสนใจในของนวัตกรรมด้วยแต่ละคนอาจจะไม่ค่อยทราบอีกเรื่องนึงครับก็คือเรื่องของรายได้หลักบางคนก็คิดว่าน่าจะมาจากตัวเอง commerce ใช่ไหมฮะแต่ผมไม่เสิร์ชข้อมูลดูมานะทีมงานช่วยไปหามาก็พบว่าจริงๆแล้วรายได้หลักของเขาเนี่ยมาจากตัวที่เป็นระบบ Cloud นะครับ ที่เรียกว่า Amazon web Services กว่า 70% เพราะฉะนั้นทำความเข้าใจใหม่นะรายได้ที่บอกว่ารวยๆเนี่ยมาจากตัวระบบ Cloud จริงก็จะคล้ายๆ

Marketing innovation 

จาก คุณเจฟ เบโซ

กับตัวระบายของคุณจากหน้าเหมือนกันก็รายได้หลักเขาก็มาจากตัวที่เป็นระบบครามเหมือนกันซึ่งผมคิดว่ามันก็เป็นเหมือนกับ infrastructure ที่ทุกคนต้องใช้ทุกวันนี้ทุกบริษัทต้องใช้ระบบ Cloud ฉะนั้นถ้าถามว่ารายได้ตรงนี้มันมาได้ยังไงก็ต้องบอกว่าเป็นเวอร์ชั่นของคุณเจฟเบโซเหมือนกันนะที่เขามองเห็นว่านี่คืออนาคตนะครับซึ่งจริงๆเป็นหนึ่งในความสำเร็จของคุณเจฟเบโซนะคือการมอง Vision มองไปอีก 10 ปีข้างหน้าไม่ใช่มองแค่ระยะสั้นอย่างเดียวนี่คือใครและเด่นของ Amazon แล้วก็คุณ Jeff bezos ประวัติของ Amazon ประวัติของคุณเจฟเบโซคิดว่าหลายคนน่าจะพอทราบอยู่แล้วก็น่าจะได้อ่านอยู่บ้างผ่านตาบ้างคร่าวๆ

ก็คือเขาก็จบด้านวิทยาศาสตร์เอกคอมพิวเตอร์วิศวกรรมไฟฟ้านะครับจากมหาวิทยาลัย สั้นแล้วก็ทำงานอยู่ในวอ 4 โดยใช้ทักษะด้านคอมพิวเตอร์หลังจากนั้นก็ รถเครนเล็กๆก่อตั้ง Amazon หรือว่าเป็น e-commerce ที่ขายหนังสือเริ่มจะขายหนังสือก่อนก่อนที่จะขยายธุรกิจแล้วก็กลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดของโลกที่ถามว่าอะไรครับทำให้เขารวยที่สุดอันดับ 1 ของโลกอะไรครับที่ทำให้ Amazon เป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับ 2 ของโลกเนี่ยสรุปแล้วมีด้วยกันประมาณ 3-4 ข้อสั้นๆนะแต่ว่าเด็ดๆทุกข้อข้อแรกครับข้อนี้ผมชอบมากนั่นก็คือเจวัน Thinking นะครับหรือว่า First Day Thinking แปลว่างั้นก็ได้เขาเชื่อว่าทุกๆวันคือวันแรก

บทเรียนจาก Amazon

ของการทำงานเสมอปกติเวลาคุณผู้ฟังไปทำงานก็อาจจะมีเบื่อบ้างทุกวันนี้ทำงานที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้แหละแต่เรารู้ว่ามันเป็นดูทีน่ะมันรู้สึกว่าเบื่อและทำงานโดยไม่มีไฟไหม้ต่างๆแต่ว่ามีสอนไม่ใช่อย่างนั้น Amazon ทุกๆวันที่คุณมาทำงานต้องเป็นวันแรกเสมอเสมอแล้วคุณเจฟเบโซก็มักจะพูดประโยคนี้กับพนักงานในองค์กรหรือว่าผู้ถือหุ้นด้วยเช่นกันนะครับซึ่งก็เป็นการวิเคราะห์กันว่าไอ้ความหมาย

ของวันแรกของ Jeff bezos มันหมายความว่าทุกๆวันที่ที่คุณเข้ามาทำงานเนี่ยมันต้องมีสิ่งใหม่ๆให้คุณได้ทดลองได้เปลี่ยนแปลงแล้วก็สร้างสรรค์อยู่เสมอไม่มีทางที่จะทําสิ่งเดิมๆใช่ไหมครับที่นี่ก็มีคนถามต่อว่าอ้าวแล้วแล้ววันที่ 2 ของ Jeff bezos คืออะไรอธิบายคำว่าวันที่ 2 สำหรับเขานะคือหายนะคือเมื่อไหร่ก็ตามที่เราทำงานโดยคิดว่านี่มันเป็นรูทีและเป็นวันที่ 2 เนี่ยบริษัทก็จะเข้าสู่สภาวะที่หยุดนิ่งแล้วก็ออกนอกลู่นอกทางแล้วก็ตกต่ำได้เพราะวัฒนธรรมองค์กรเขาคือทำงานวันแรกอยู่เสมอนะครับอันนี้เอาไปใช้ได้นะน่าสนใจมากกว่านี้จะเป็นวันทำงานวันแรกของคุณหรือเปล่า คนนะครับที่ 2 ครับข้อนี้เหมือนจะง่ายแล้วก็ได้ยินกันมาบ่อยๆ

แล้วพูดกันเป็นบริษัทก็พูดกันแต่เมซอนเป็นบริษัทหนึ่งที่ทำให้เห็นได้ชัดเจนที่สุดนั่นก็คือการที่โฟกัสมือถือว่าหมกมุ่นกับลูกค้าให้มากที่สุดจ้าใครที่ชอบคุณเจฟเบโซมีคำพูดประโยคนี้บ่อยมาก customer Centric Focus on customer คำพูดบ่อยมากๆมันอาจจะดูเป็นคำพูดเลยๆก็ลองมาดูเขาว่า Amazon ก็ใช้วิธีการนี้ยังไงขอถามคำถามอย่างนี้ก็น่าสนใจเขาบอกว่าส่วนใหญ่เขาจะถามว่าอะไรครับที่จะเปลี่ยนแปลงบ้างในอีก 10 ปีข้างหน้าแม้ทุกคนกลัวเรื่องการยึดทรัพย์ต่างๆแต่ Jeff bezos ชอบถามว่าอะไรที่จะไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะอีก 10 ปีข้างหน้าคำตอบของคือความต้องการของลูกค้ามันก็จะมากขึ้นเรื่อยๆสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือลูกค้าต้องการ

ยังไงจะต้องการมากขึ้นและเราก็ต้องทำสินค้าเพื่อ สนองความต้องการของลูกค้านั้นยกตัวอย่างในธุรกิจของอีคอมเมิร์ซอเมซอนละกันบอกว่าลูกค้าต้องการสินค้าที่ถูกลงทุนระยะลูกค้าต้องการสินค้าที่ส่งให้เร็วขึ้นลูกค้าต้องการสินค้าที่หลากหลายขึ้นจริงๆมันเป็นอะไรที่มันง่ายมากนะมันง่าย 3 ข้อนี้ผมคิดว่าเขาจะทำธุรกิจ retail อยู่ commerce