บทเรียนธุรกิจจาก Flash Express

บทเรียนธุรกิจจาก Flash Express ของไหมครับไปส่งของตามบ้านลูกค้าเนี่ยคุณจะส่งได้อย่างมากครับวันละหลัก 10 ชิ้นเอาง่ายๆยังไงก็ไม่ถึง 100 ชิ้นแต่ที่น่าสนใจครับก็คือในประเทศจีนมีพนักงาน 1 คนสามารถส่งได้ถึง 300 ชิ้นนี้คือ Vision นะครับวิสัยทัศน์ของคุณคมสันต์แซ่ลีประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแฟลชเ***ซ์เพรสบริษัทขนส่งน้องใหม่นะคะที่อายุเพียงแค่ 1 ปีแต่ว่าเติมโตอย่างก้าวกระโดดครับเขาพาหุงกรมาได้ไกลขนาดนี้ยังไงวิสัยทัศน์เขามีอะไรบ้างวันนี้จะเล่าให้ฟัง

ครับสวัสดีครับโดยเฉพาะความรู้ธุรกิจดีๆแล้วก็มุมมองของคนที่ประสบความสำเร็จเนี่ยมันไม่ควรจะอยู่แค่ในห้องเรียนหรือว่าในกระดาษข้อสอบนะครับวันนี้ก่อนไปฟังครับอย่าลืมกด Subscribe ติดตามและกดกระดิ่งกันไว้ด้วยนะครับคุณจะได้ไม่พลาดความรู้ธุรกิจดีๆที่ผมจะเอามาเล่าให้ฟังน้องห้องเรียนแบบนี้ทุกวันครับปกติ

บทเรียนธุรกิจจาก Flash Express

แล้วนะครับเวลาเราพูดถึงธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูงหรือในภาษาการตลาดเรียกว่า Red Ocean คือเป็นธุรกิจที่ไม่น่าเข้าไปเล่นครับมีการฆ่าฟันกันอย่างดุเดือดนะครับแล้วก็มีผู้เล่นรายใหญ่ที่เล่นอยู่แล้วครับถ้าเป็นคนใหม่อาจจะเข้าไปในตลาดเนี่ยก็น่าจะเจ็บไม่น้อยหนึ่งในนั้นคือธุรกิจขนส่งนะครับที่มีผู้เล่นรายใหญ่อย่างในประเทศไทย

บทเรียนธุรกิจจาก Flash Express

ก็มีทั้งไปรษณีย์ไทยเองใช่ไหมครับมีเคอรี่อยู่แล้วใช้เป็นที่น่าสนใจครับว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเราได้ยินอีกบริษัทหนึ่งครับที่เป็นม้ามืดนะครับโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วนั่นก็คือ Flash Express แฟลชเ***ซ์เพรสนะครับก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2560 ครับโดยคุณคมสันต์แซ่ลีกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแฟลชเ***ซ์เพรสคุณคมสันเคยให้สัมภาษณ์นะครับว่ามุมมองของเขา ของเขาคืออยากจะเห็นขนส่งไทยครับราคาถูกเท่ากับของประเทศจีนในประเทศจีนครับเวลา

ที่มีการขนส่งในเวลาเราฝากส่งสินค้าฝากส่งพัสดุต่างๆครับส่งไปทั่วประเทศนะครับราคาค่าส่งแค่ 15 บาทได้ถึงแม้ว่าจะราคาถูกขนาดนี้นะครับแต่ระยะเวลาการจัดส่งครับก็จะใช้เวลาแค่ไม่เกิน 2 วันคำถามที่น่าสนใจก็คือเป็นไปได้ยังไงประเทศจีนประเทศใหญ่กว่าเราตั้งเยอะนะครับคนจีนก็เยอะกว่าเราการจราจรก็น่าจะวุ่นวายกับเรา

บทเรียนธุรกิจจาก Flash Express

ทำไมถึงสามารถทำได้ถูกกว่าประเด็นสำคัญที่คุณคมสันมองเห็นโอกาสทางธุรกิจนะครับนั่นก็คือเขาบอกว่าในประเทศไทยเนี่ยยังไม่มีใครสามารถทำต้นทุนได้ถูกขนาดนี้ถ้าเครื่อง Flash Express เชียงรายแป๊บนึงนะครับมาพูดถึงเรื่องของการบริหารต้นทุนในธุรกิจยุคใหม่กันหลายคนนะครับอาจจะคิดว่าธุรกิจที่ทำธุรกิจมานานๆครับธุรกิจ

ที่ยิ่งใหญ่มากเข้าไปเท่าไหร่นะครับก็จะมีต้นทุนที่ถูกกว่าบริษัทหน้าใหม่นั่นเป็นความเชื่อแบบเก่าๆครับเป็นความเชื่อที่ผิดนะครับเพราะว่าในสมัยก่อนเนี่ยเรามักจะคิดว่าเรื่องของกลยุทธ์ทางการตลาดที่อยากจะทำราคาให้ถูกลง
ฉันก็จะเป็นของ Economic scale economy of scale นะครับนั่

joker

บา

ไฮโล

นก็คือยิ่งทำเยอะยิ่งผลิตเยอะก็ยิ่งได้ต้นทุนที่ถูกลงซึ่งมันยังเป็นจริงอยู่ครับในมุมของบางอย่างเช่นการสั่งผลิตสมมุติคุณจะผลิตสินค้านะครับผลิตอะไรสักอย่างหนึ่งขึ้นมาเช่นสมมุติผมเป็นโรงงานของเล่นก็ได้ครับผมอยากจะผลิตของเล่นครับอยากจะผลิตของเล่นที่มีหน้าตาแบบนี้ครับส่งแบบไปให้โรงงานสั่งผลิต 100 ชิ้นโรงงาน

xo

ก็ต้องขึ้นบล็อกใหม่ใช่ไหมครับขึ้นแท่นวางใหม่ๆนะครับเรื่องของอุปกรณ์แขนกลการประกอบเขาก็ต้องออกแบบใหม่มาเพื่อประกอบของเล่นแบบนี้โดยเฉพาะฉะนั้นถ้าทำแค่ 100 ตัวเนี่ยเขาก็อาจจะคิดผมมาสักตัวละ 1,000 บาทแต่ถ้าสมมุติว่าเราบอกว่าให้ผลิตโดยการออกแบบแขนกลหุ่นยนต์ต่างๆแล้วก็โรงงานเป็นแบบเดียวแบบนี้นะครับแล้วเราจะสั่งผลิตตัวนี้เป็นหมื่นเป็นแสนๆตัวครับต้นทุนจากตัวหลักฐานในการอาจจะลงมาเหลือตัวละ 100 ได้นี่คือ

Concept ของ economy of scale นะครับปัจจุบันยังใช้ได้อยู่แต่ใช้ได้กับบางเรื่องหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของโรงงานครับหรือว่าสายงานการผลิต แต่ถ้าพูดถึงในเรื่องของเทคโนโลยีบ้างครับคำว่า economy of scale ยังใช้ได้อยู่ไหมคำตอบคือไม่สักทีเดียวเพราะพูดถึงเรื่องของนวัตกรรมหรือว่าความรู้ในการบริหารจัดการครับ

Flash Express

คุณต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าบริษัทยุคใหม่มักจะมีต้นทุนในการบริหารจัดการที่ถูกกว่าบริษัทยุคเก่าเช่นสมมุติเรื่องของการขนส่งครับคุณตีกลับไปนะครับนั่งไทม์แมชชีนกลับไปประมาณ 50 ปีที่แล้วสิ่งที่คุณจะเห็นคืออะไรครับสมมติที่สุดทุบสถิติ

อยากจะเป็นคนที่ทำบริษัทขนส่งไปรษณีย์ไทยก็ได้ครับท่านออกแบบนะครับรูปแบบของอาคารรูปแบบของการขนส่งรายการจัดสินค้าการคัดแยกพัสดุมันก็จะเป็นแบบนึงใช่ไหมครับเพราะสมัยนั้นไม่มีหุ่นยนต์ไม่มีคอมพิวเตอร์ไม่มีบาร์โค้ดสมมุติว่าผมอยากจะออกแบบอาคารนะครับเป็นโกดังที่เอาไว้คัดแยกสินค้าครับผม

ก็จะต้องทำไมช่างโกดังสร้างอาคารมาที่เป็นรูปแบบของรถยนต์นะครับสมมุติเป็นรถบรรทุกมาถึงดึกนะครับก็จะต้องมีพื้นที่ให้คนหลายคนครับไปขนของลงมาจากรถใช่ไหมคะเอามาวางไว้ในจุดนี้ครับแล้วก็มีพื้นที่หลายๆคนนะคะอาจจะเป็นล็อคๆครับให้คนเนี่ยสามารถที่จะแยกสินค้านะครับออกมาดูว่ารหัสไปรษณีย์อะไรครับ

แล้วก็เอาไปวางตรงนู้นอันนี้รหัสไปรษณีย์นี้เอาไปวางตรงนี้เสร็จแล้วก็ยังไงต่อครับพอแยกได้ตามเขตตามภาพแล้วก็จะมีคนนะครับอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นคนกลุ่มที่ 2 ครับเอามายกของในแต่ละที่นะครับค่อยว่าอีกทีนึงครับโดยที่แต่ละภาคก็จะเอาไปแยกต่อคำว่าให้ส่งไปที่จังหวัดไหน มีรูปแบบของรถยนต์เนี่ยที่จะไปต่างๆนานายังไงบ้าง

แต่ถ้าสมมุติตัดภาพมาที่ปัจจุบันครับรูปแบบของเรามันจะไม่ใช่อย่างนี้ครับรถมาใช่ไหมครับอาจจะมีคอนเทนเนอร์นะครับที่ลาออกมาครับแล้วก็มีหุ่นยนต์ครับที่คัดแยกพัสดุนะครับผ่านบาร์โค้ดครับว่าคนนี้เป็นภาคเหนือส่งไปทางนั้นคนนี้กรรทการส่งไว้ดังนี้ครับ 1 วินาทีนี้อาจจะสามารถทานได้ 1 กล่องเลยนะครับซึ่งต้องใช้ความเร็วที่คนธรรมดา

ทำไม่ได้ดังนั้นสิ่งที่มันเกิดขึ้นคืออะไรครับสมมุติผมอยากจะคัดแยกพัสดุนะครับประมาณ 200000 ชิ้นชิ้นต่อวันครับสิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือถ้าเป็นคนเดียวในราคาจะใช้แค่ไม่กี่ตัวไม่กี่ร้านอาหารใช่ไหมครับ

แต่ถ้าสมมุติเป็นคนครับ 200 ชิ้นต่อวันอย่าคิดว่าต้องใช้กี่คนครับมันก็น่าจะต้องใช้คนเยอะฉะนั้นการจ้างคนเข้ามาครับที่ปริมาณเยอะขนาดนี้ต้นทุนมันก็ต้องแพงกว่านี่คือเหตุผลนะครับอธิบายง่ายๆว่าทำไม

บริษัทยุคใหม่ที่เกิดขึ้นครับมีโอกาสที่เขาจะสามารถทำต้นทุนได้ถูกกว่าบริษัทยุคเก่าๆ 3 นะครับยังเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจอีกนิดนึงนะครับนั่นก็คือ ที่พัฒนาแล้วครับพี่ commerce เรื่องของการขนส่งซื้อขายของออนไลน์นะครับค่าขนส่งใช่ไหมครับจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า

บทเรียนธุรกิจจาก Flash Express ตอนที่ 2