หุ้นเจมาร์ท

หุ้นเจมาร์ท น่าลงทุนอย่าไร

หุ้นเจมาร์ท ก็เพิ่มทุนเหมือนกันนะแล้วก็ หุ้นเมเอ็มที ตอนแรกว่าจะเอามาพูดทั้งคู่เลย แต่พอดีไปหาข้อมูลมาหาข้อมูลไปข้อมูลมา หาได้แค่ของเจมส์ GB เท่านั้นนะในส่วนของเจมาร์ทก็ต้องมีข้อมูล แต่ว่ารวบรวมข้อมูลยังไม่เสร็จ ก็เลยคิดว่าเดี๋ยวมาทำเป็นคลิปแยกอีกอันดีกว่าอะไร  เลยว่าจะมาพูดในส่วนของหุ้นเจมส์ทีอย่างเดียว สำหรับธุรกิจของคุณเจมส์ที ก็จะประกอบธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สิน ให้กับบริษัทที่ว่าจ้างตัวบริษัทเจเอ็มที

ไปติดตามทวงหนี้ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยการติดตาม และการดำเนินการให้ลูกหนี้เข้ามาชำระหนี้ คืนในขอบเขตของเวลาที่เขากำหนดถวาย ซึ่งอันนี้มันก็จะรวมไปถึงการฟ้องแล้วก็การสืบทรัพย์คดีด้วย แล้วก็อีกธุรกิจหนึ่งก็จะเป็นการบริหารหนี้สินด้วยคนค่า ประมาณแค่คล้ายกับของหุ้นบาปเลย แต่ว่าสเกลของหุ้นเจมส์ทีก็อาจจะเล็กกว่า แล้วก็ธุรกิจอันสุดท้าย

ก็จะเป็นธุรกิจให้บริการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งก็จะเน้นปล่อยสินเชื่อให้แก่บุคคลธรรมดา นี่ก็คือรูปแบบธุรกิจของหุ้นเจมส์ที ว่าจะประมาณเหมือนเป็นไฟแนนซ์น่ะเนาะประมาณนั้น ทีนี้เรามาดูในส่วนของการเพิ่มทุนของหุ้นจีน szse กันดีกว่า ว่าช่างเจมส์ทีนะครับจะมีแผนในการเพิ่มพูนยังไง เราไปดูกันดีกว่า สำหรับแนวทางการเพิ่มทุนของหุ้นเจมส์ ว่าจะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ

หุ้นเจมาร์ท

ส่วนมากก็จะเป็นการเพิ่มทุนแบบ RO แล้วก็พีพีซึ่ง RO ก็คือการให้สิทธิ์ในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน สำหรับผู้ที่ถือหุ้นเจมส์ที ก็คือถือไปจนถึงขึ้น f W นี่แหละ ถ้าผมจำไม่ผิดนะเข้าใจว่าจะมีการขึ้น f W วันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ถ้าเราถือ เขาขึ้น xw แล้วก็จะได้สิทธิ์ในการเข้าไปซื้อหุ้น เพิ่มทุนงานส่วนที่พี่ ว่าจะเป็นการระบุเฉพาะเจาะจง ว่าจะให้กลุ่มคนใดกลุ่มคนนึง หรือว่าจะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งอะไรนี้ บซึ่งทั้ง RO แล้วก็พีพีจะมีวันใช้สิทธิ์ในวันเดียวกัน เพราะฉะนั้น 2 อันนี้ก็เลยจะอยู่ในกรุ๊ปเดียวกัน

ปรับปริมาณหุ้นอของ RO จะอยู่ที่ 267 745 ล้านหุ้นส่วนของพี่พี จะอยู่ที่ตา 19.15 ล้านหุ้น มารวมกันก็จะอยู่ที่ 350 6.6 ล้านห่มนั่นเองซึ่งคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนหุ้นทั้งหมด สำหรับในส่วนของราคาในการใช้สิทธิ์ อันนี้ยังไม่มีการประกาศออกมานะส่วนที่ 2 ก็จะเป็นการเพิ่มทุนโดยการออก Warrant ซึ่งก่อนหน้านั้น

ก็มีการออก Warrant มาแล้ว ก็คือ GMT watch 2 เข้าใจว่าออกมาเมื่อช่วงไปปลายปี 61 ที่ผ่านมาแล้วก็รอบนี้ก็จะมีการออก Warrant มาอีกตัวนึง ก็คือเจเอ็มที Warren 3 แล้วก็อีกอันนึงก็จะเป็นเจมส์ทีขีด esupa หนึ่ง ซึ่งวันนั้นทั้งหมดนี้หม้อแปลงเป็นพูดออกมา จะเป็นห่วงอยู่ที่ 170 ล้านหุ้น ซึ่งตรงนี้ก็จะคิดเป็น 12 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนหุ้นเจมส์ทีทั้งหมด สำหรับการเพิ่มทุนโดยการออกวอแรน มันจะเป็นการเพิ่มทุนที่ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานนะ กว่าจะเพิ่มทุนเสร็จยกตัวอย่าง GMT watch 2 หุ้นเจมาร์ท

บา

slot pg

jokwr

xo

จะหมดสิทธิ์ในการใช้สิทธิ์ในก็คือปี 64 เลย ซึ่งกว่าที่จะหมดสิทธิ์ในการแปลง GMT watch 2 ให้กลายเป็นหุ้นแม่ ก็ไปปลายปี 60 เลย ก็รวมแล้วก็ประมาณ 3 ปีนะเพราะว่าเขาเริ่มต้นเมื่อไปปลายปี 61 เพราะฉะนั้น สำหรับส่วนตัวผมเองก็เลยมองว่าในส่วนของ warz เนี่ยก็ไม่น่าจะมีผลอะไรมากในเรื่องของ Dimension effect ของคุณเจมส์ที ด้วยความที่ระยะเวลาในการใช้สิทธิ์ของวันนั้นมันก็ค่อนข้าง นานนะซึ่งกว่าที่อายุการใช้เศษมันจะหมด เข้าใจว่าตัวคุณเองก็น่าจะมีพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว

ผลกำไรจากการประกอบการเป็นอย่าไงไรบ้าง

กำไรที่เพิ่มขึ้นจนราคาหุ้นมันก็น่าจะไม่ต้องลดลงแล้ว ก็ได้อะไรงี้แต่สำหรับในส่วนของทั้ง RO แล้วก็พีพี อันนี้น่าจะมีผลต่อได้ทุกชนิดเหล็กของหุ้นเจมส์ ทีแน่นอนเพราะว่ามันใช้ระยะเวลาในการเพิ่มทุน ค่อนข้างสั้นและประมาณอาทิตย์สองอาทิตย์ ก็น่าจะรู้ผลแล้ว ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าน ว่าการเพิ่มทุนของหุ้น GMT ในครั้งนี้ในส่วนของ rov แล้วก็พีพี น่าจะมีผลในเรื่องของ Direction เอฟเฟคทำให้ราคาหุ้นของเจมส์ทีเนี่ยก็อยู่ที่ราคาประมาณเท่าไหร่ ถึงจะเป็นราคาที่น่าสนใจก่อนอื่น แล้วมาดูที่กำไรครึ่งปีแรกในปี 63 ของหุ้นเจมส์ที

อัพเดพหุ้น Ichi และ ptt

 

ก็อยู่ที่ 430 3.75 ล้านบาทเมื่อเราคิดเป็นกำไรต่อหุ้น ก็จะอยู่ที่ 49 สตางค์ต่อหุ่นซึ่งก็โตขึ้นมาจากของครึ่งปีแรกปี 62 48% มีการไปดูการเติบโตของกำไรสุทธิของหุ้นเจมส์ทีวีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2560 มาจนถึงปี 2562 ก็พบว่าเขามีการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 28.3 3% ที่นี้ผมก็เลยมาดูในส่วนของกำไรสุทธิ ทั้งปีของปี 62 นะครับก็อยู่ที่ 681 136 ล้านบาทเมื่อเรานำกำไรสุทธิในปี

มาบวกกับ 28.3 3% เราก็จะได้ค่าประมาณการกำไรสุทธิของทั้งปี 63 นะครับอยู่ที่ 874 จุด 38 ล้านบาทโดยประมาณซึ่งถ้าเราคิดเป็นกำไรต่อหุ้นนะครับมันจะอยู่ที่ประมาณ 98 สตางค์ต่อหุ่นแต่ที่นี้นะครับในปีนี้หุ้นเจมส์ทีก็น่าจะมีปริมาณหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุนในส่วนของ RO แล้วก็พีพีซึ่งก็น่าจะเพิ่มขึ้นมาประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนหุ้นทั้งหมดน่ะนะครับสำหรับจำนวนหุ้น mt ในปัจจุบันนะครับก็อยู่ที่ 891

หุ้นเจมาร์ท

ล้านห้าแสน 8660 ล้านหุ้นเมื่อนำจำนวนหุ้นมารวมกับจำนวนหุ้นที่เพิ่มทุนเข้าไปนะครับก็คือในส่วนของ RO แล้วก็พีพีซึ่งก็คือ 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนหุ้นทั้งหมดนั้นเองนะครับเราก็จะได้จำนวนหุ้นทั้งหมดอยู่ที่ 1,200 48 ล้านหนึ่งแสน 8666 ที่นี้นะครับเราในส่วนของกำไรที่เราคาดการณ์เอาไว้ว่าเมื่อสิ้นปี 63 หุ้นเจมส์ทีจะสามารถทำได้ประมาณนี้นะครับซึ่งก็คือ 874 จุด 38 ล้านบาทมาตั้งหารกับจำนวนหุ้นทั้งหมดนะครับหลังจากที่หุ้น GMT

นั้นเพิ่มทุนเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับดังนั้นนะครับแล้วก็จะได้กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 70 สตางค์ต่อหุ้นโดยประมาณสำหรับในส่วนของราคาหุ้นนะครับแน่นอนว่าเมื่อมีการเพิ่มทุนราคาหุ้นก็ต้องลดไปตามจำนวนการเพิ่มทุนนะครับหรือที่เราเรียกกัน Direction เอฟเฟคนั้นเองซึ่งอันนี้นะครับผมคาดการณ์ไว้ว่า Direction effect ของหนุ่มเจมส์ทีมาจะลดลงไปประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ถ้าลองคำนวณจากราคาหุ้นเจมส์ทีที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดนะคะก็คือตรง 34 บาท 50 สตางค์ต่อหุ่น

ลบด้วย 40 เปอร์เซ็นต์นะครับราคาที่เหมาะสมของหุ้นเจมส์ทีหลังจากมีการเพิ่มทุนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 20 บาท 70 สตางค์ต่อหุ้นและถ้าเกิดว่าเราราคาหุ้นที่เราคำนวณได้ตรงนี้นะครับก็คือ 20 บาท 70 สตางค์เนี่ยไปหารกับกำไรต่อหุ้นที่เราคำนวณได้

เมื่อกี้นะครับก็คือ 70 สตางค์เราก็จะได้ค่า PE tomana ขับอยู่ที่ 29-30 เท่านี้ก็คือราคาของหุ้นเจมส์ทีที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นได้นะครับหลังจากที่เขามีการเพิ่มทุนแล้วในส่วนของ RO แล้วก็พีพีนั้นเองนะครับสำหรับในส่วนของระยะสั้นนี้นะคะมันก็จะมีปัจจัยในเรื่องของราคาการใช้สิทธิ์นะซึ่งรุ่น GMT เองก็ยังไม่ได้มีการประกาศออกมานะครับว่าราคาการใช้สิทธิ์ในการเพิ่มทุนทั้ง RO หรือว่าพีพีเนี่ยอยู่ที่เท่าไหร่นะครับซึ่งราคาการ

หุ้น jmt

ใช้สิทธิ์นะครับมันค่อนข้างที่จะมีผลต่อการปรับตัวขึ้นหรือว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้น ตอนนี้มากๆเลยด้วยความที่นะครับสมมุติว่าหุ้น JYP ประกาศออกมาว่าราคาใช้สิทธิ์ในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนอยู่ที่ 25 บาทแน่นอนว่าราคาหุ้นบนกระดานนะคะมันไม่ควรที่จะต่ำกว่า 25 บาทเพราะถ้าเกิดว่ามันต่ำกว่า 25 บาทเมื่อไหร่นะครับคนส่วนใหญ่ก็ไม่เลือกที่จะไปเพิ่มทุนจดหมายเข้ามาซื้อในกระดานไม่ดีกว่าเหรออะไรนะครับแต่หลังจากที่เขามีการเพิ่มทุน

จำนวนหุ้นมีการเข้าไปอยู่ในระบบแล้วมีการใช้สิทธิ์อะไรเรียบร้อยแล้วนะครับแน่นอนว่าหลังจากนั้นราคาหุ้นก็จะเริ่มมีการ Direction เอฟเฟคนะครับซึ่งก็จะเป็นไปตามกรรมไรของตัวบริษัทนะครับว่าจะมีการขึ้นหรือว่ามีการลงเท่าไหร่ถ้ากำไรมันเป็นไปตามที่เราคาดการณ์เอาไว้นะครับตามที่ผมคาดการณ์เอาไว้ราคาหุ้นก็จะเป็นไปตามที่ผมคาดการณ์ไว้เลยแต่ถ้าเกิดว่ากำไรมันมากกว่าที่เราคาดการณ์เอาไว้ราคาหุ้นมันก็จะขึ้นไปมากกว่าที่

เราคาดการณ์ไว้ด้วยหรือถ้าเกิดว่ากำไรของตัวบริษัทมันลดลงต่ำกว่า คาดการณ์เอาไว้ราคาหุ้นมันก็จะลงไปต่ำกว่าที่เราคาดการณ์เอาไว้อะไรประมาณนี้นะครับซึ่งอันนี้ก็เป็นการที่เราคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าว่าราคาหุ้นน่าจะลงไปที่ประมาณเท่าไหร่น่าจะเป็นราคาหุ้นที่น่าสนใจหรือว่าน่าจะเป็นราคาหุ้นที่เหมาะสมมานะครับซึ่งเราก็ต้องไปพิจารณาอีกทีในส่วนอื่นๆประกอบด้วยนะครับ